01 febrero
สวัสดีทุกคน
เครู้ว่าทุกคนคงต่างตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้หละซิท่า เคไม่อยู่คงใจหวิวๆๆกานไปตามระเบียบ อิอิ การบวชครั้งนี้ได้ไรมากกว่าที่คิดไว้เยอะเลย ที่ยังไม่เล่าให้บางคนฟังเพราะรู้สึกว่าขี้เกียจเล่าหลายๆรอบอะ ยังไงก็ขออนุญาติ แถลงให้ทุกท่านได้รับทราบทั่วกัน ดังต่อไปนี้ กล่าวคือ การบวชครั้งนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมือนทัศนาจรอย่างรุ่นแรง แค่เพียงวันแรกหลังจากเสร็จพิธี เย็นวันนั้นก็ต้องเดนทางไปยัง โรงพยาบาลบำรุงราษฏรืเลย เพื่อไปกราบสมเด็จ หลังจากนั้นยังไม่พอต้องกลับมานั่งสมาธิต่อ เบ็ดเสร็จก่าจะได้นอนปา ไป ห้าทุ่มได้ หนักกว่านั้น พระอาจารย์ก็บอกว่าให้ตื่น ตีสี่ครึ่งมานั่งสมาธิต่อเลย (ดูเปงไง โหดปะ) เดินบิณฑบาตวันแรกก็ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก เด็กวันเดินตามเกือบสิบ เพื่อรับอาหารที่ญาติโยม มาใส่บาตร รวมๆๆแล้ว ข้าว,กับข้าว,ของหวาน,นม แม่รวมกันได้ประมาณ สามโต๊ะญี่ปุ่นอะ แต่ถึงยังไงก็ฉันได้แค่ 2 มื้อ หลังจากฉันเช้าเสร็จก็ต้องทำวัดเช้า กลับมาเรียนต่ออีก ยังไม่ทันหายใจหายคอต้อง ฉันเพล เดีญวหมดเวลา ได้พักประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็ต้องเรียนต่อออีก แล้วก็ทำวัดเย็น ก่อนนอนก็ต้องนั่งสมาธิ กว่าจะหมดกิจวันนึงก็ปาไปห้าทุ่มอะ
เป็นอยู่อย่างี้มาประมาณอาทิตย์นึง ชีวิตเคก็ต้องเปลี่ยนไปอีกหลังจากต้องไปวัดป่า วัดสันติธรรมมาราม โพธิธาราม ราชบุรี (พระอาจารย์สงบ) ยิ่งซาบซึ้งเข้าไปใหญ่ อยู่ท่ามกลางภูเขาล้อมรอบ ปราศจากไฟฟ้า เครื่องสาธารณูปโภคทั่งหลาย ยิ่งกว่านั้นต้องตื่น ตีสามเตรียมบาตร เตรียมสถานที่ กลับมาเดินภาวนา(แต่เคหลับ อิอิ) เริ่มเดินบิณฑบาต หกโมงก่าๆ ก้าวแรกที่สัมผัสกับก้อนกรวดนั้นทำให้รู้สึกว่ากว่าจะได้ฉันมื้นึงนี่ลำบากมั่กๆ ยิ่งไปกว่านั้นเดินก็ไกล เจ็บก็เจ็บ รับบิณฑบาตแค่ 3 บ้าน ยังไม่พอกลับมากว่าจะได้ฉันเช้า ก็ต้องนั่งพับเพียบรออรับของถวายประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ได้ฉันจริงๆแค่ 10 นาที (ด้วยมือ) แล้วยังฉันได้แค่มื้อเดียวอีกต่างหาก แต่ก็ดีก็ได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ถึงวันกลับพระอาจารย์ได้พาไปทัศนศึกษา พาไหว้วัดจากราชบุรีกลับกรุงเทพ รวม 9 วัด แต่เบ็ดเสร็จจากการบวชครั้งนี้ไหว้พระไปประมาณ เกือบ 20 วัดอะ แต่แบบวัดที่น่าจดจำมากก็คือการไปวัดพระแก้วบ้านเรานี่แหละ ตอนจะกลับก็ได้ถ่ายภาพหมู่กัน ทันใดนั้นช่างกล้องต่าวชาติได้ โฟกัสมาที่ คณะสงฆ์ทันที เกือบสิบกล้องได้ กลายเป็นดาราใหญ่เลย
จบ จากประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้ผมได้รู้ไรหลายๆๆอย่าง เช่น วิถีชีวิตคนทำไมมีดี มีแย่ ก็เพราะกรรมที่เคยทำไว้นั่นแหละ ไม่ได้หมายความว่าทำความดีคอนนี้แล้วจะเห็นผลทันตาหลอก แต่ทำดีไปเหอะ วันนึงแหละ และที่ได้เรียนรู้อีกอย่างคือการเป็นพระที่ดีเนี่ยได้ได้ง่ายเลยนะ
ปล.ขอขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ ที่ทำให้ได้เกิดมา
พระอาจารย์จัน ที่ได้ดูแล สั่งสอนผมเป็นอย่างดี
ท่านอาจารย์สงบ ที่ได้ให้ประสบการณืแปลกๆที่ไม่เคยได้รับ
ครูบา และ พระพี่เลี้ยงทุกรูป ที่ให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำตลอดมา
พระเพื่อน ที่ทำให้ไม่เหงาและมี กิจกรรมมมากมาย
พี่ๆ ทกคนที่มาร่วมงาน
ชายเป้ ที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว (ล้อเล่นน้า)
เพื่อน 6/9 และ Debsirin ทุกคน
เพื่อน A1 ทุกคน
M_Club ทุกปี
Debsirin Cheer Club
ทุกคนที่เป็นเกียรติมาร่วมงานบุญครั้งนี้ ขอบคุณมากๆ
ขอแบ่งบุญที่ผมได้ทำมาให้ทุกคนๆด้วย (คนอ่านพูดว่า "ขออนุโมทนาบุญด้วย")
สุดท้ายนี้ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย ให้ทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยทั้งหลายทั้งปวงด้วยเทอญ
|
 | |  |
14 enero
สวัสดีพ่อแม่พี่น้องทุกคน (เหมือนหาเสียงม่ะ)
วันนี้ไม่รู้เป็นไรแต่ไม่ได้ตื่นเต้นนะ อยู่ดีๆก็ตื่นมาตั้งแต่ตีห้า ทั้งๆที่เมื่อคืนนอนตั้งตอนเที่ยงคืนครึ่ง ส่งสัยอานิสสงฆ์จาแรงมากจริงๆ จิงๆเค ว่า ทุกคนก็คงสงสัยว่าทำไมอยู่ดีๆเคคิดบวชวะ ไอ้บ้านี่ดูท่าทางแล้วไม่น่ามีวี่แววของความเป็นไปได้ แต่เอ่าน่าก็ตอบให้ทุกคนหายสงสัย ไม่รู้ดิพูดเดี๋ยวหาว่าโม้ จิงๆแล้วนั้นเนี่ยมีความรู้สึกอยากบวชเอง ไม่รู้ทำไป แต่พอคิดได้ ก็คงบวชให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่น้อง ญาติมิตรสหายทั้งหลาย กรรมต่างๆที่เราเคทำมา อะไรประมาณนั้น ประกอบกับช่วงเวลาที่พอเหมาะ พอมีเวลาขยับอยู่บ้าง เผื่ออะไรต่างๆในชีวิตจะดีขึ้นเป็นลำดับต่อไป คำถามต่อไปทุกคนก็คงถามอีกว่าบวชนานไหม ก็ขอตอบว่าจิงๆมีเวลาประมาณเดือนนึง แต่ก็ไม่รู้ดิจะพยายามปฏิบัติให้ได้ย่างน้อยเคร่งๆสัก 20 วัน อะ บุญกุศลก็คงไม่มากก็น้อยอะ
ส่วนคำถามทีเด็ดที่ทุกคนคงอยากรู้ว่า "บวชแล้วเบียดเลยไหม" ก็จะแต่งประมาณสิ้นปีนะ เฮ้ยล้อเล่นน่า..... ยังหรอก ยังไม่หร้อม ยังไม่ค่อยโดน รอก่อนหละกานนะ
สุดท้ายนี้ ก็ ขออโหสิกรรมแด่ทุกท่านไม่ว่าจะเป็นกรรมที่ร่วมทำด้วยกันมาแต่ชาติปางก่อน หรือ ชาตินี้ก็ดี ก็ขอให้ทุกท่านได้ อโหสิกรรม แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ
20 noviembre
เฮ้อ..เหนื่อยเหลือเกิน ช่วงนี้แม่งโคตรเซ็งใช้ตังค์แบบกระจาย ปลาเก๋ากรูแม่งฉีกแล้วฉีกอีก เมื่อต้นเดือนแม่งก็เอารถไปติดเครื่องเสียง ปาไป สองหมื่นก่า พอกลางเดือนแม่งติดฟิลม์อีก โดนไปอีก สี่พันก่า ยังไม่พอด้วยความเสี้ยนล่าสุดอยากที่จะถ่ายรูปมีพี่คนนึงโทรมาบอกเนี่ยเดี๋ยวกรูมี D200 ราคาแบบพิเศษ 45,000 มา สนใจป่าว ด้วยความเสี้ยนมานานมากๆๆแล้วแม่งถูกกว่าปกติเยอะ กรูเลยจัดซะ ซื้อเลนส์ ซื้อmem ซื้อกริป โหเบ็ดเสร็จแล้วแม่งหลายหมื่นอะ ก็ยังดี หลังจากได้กระบี่คู่กายมา ก็เลยไปปลองยุทธที่หอการค้ามา ฟิวส์แบบกล้องแม่งดีจิงๆ (แต่ปลาเก๋าแห้งเลย) ตอนนี้เลยมีความมุ่งมั่น หางาน หาตังพอเศษมาชดเชย ตังในปลาเก๋าหน่อยดีก่า แม่งช่วยแก้เวลาเซ็งๆๆได้เหมือนกาน
ปล.คิดถึงพี่ตูมหวะ ไม่มีคนให้มอม อิอิ
คิดถึงทริปต่างๆๆๆ หวะ อยากไปเที่ยว
ใกล้ปีใหม่แล้วกรูไปไหนดีหว่า ลาพักร้อนก่อนปีใหม่ไว้อาทิตย์นึงแนะ คายไปไหนชวนด้วยน้า
17 octubre
ถึง นายก้อนหิน เราคงคิดถึงนายมาก
สวัสดีทุกคนๆ ความเงียบเหงาของ space ผม วันนี้เป็นอีกวันนึงที่ต้องมีเรื่องให้ใจหายเกิดขึ้น ก็คือการเดินทางของนายก้อนหินนั่นเอง พี่ตูม หรือนายก้อนหินของเรา จะเดินทางไป เป็นเจดี(ล้างจาน)ที่อเมริกาแนะ นับเป็นช่วงเวลาที่แสนสั้นมากในการตัดสินใจของเค้า นายก้อนหินคนที่เป็นดังหัวโจกของคณะเด็กๆในชุมนุมเชียร์เทพศิรินทร์ เป็นดังพี่ชายที่คอยอุปถัมภ์น้องๆๆที่เดือดร้อน คอยกระชากลากดึงน้องๆๆไปดื่ม(แต่ตัวเองไม่กิน) เอาน่าแต่อย่างน้อยถ้าไม่มีนายพวกเราคงเหงาไปอีกนาน คิดถึงทริปต่างๆที่เราร่วมกันผจญผ่านมา การใช้ชีวิตร่วมกันของพวกเราทุกคน
สุดท้ายนี้ด้วยความสัจจริง เราคงคิดถึงนายมาก นายก้อนหิน ขอให้นายเดินทางโดยสวัสดิภาพ มีหน้าที่การงานที่ดี(ล้างจานไม่บาดมือ) ไม่มีคนมารังแกนายเหมือนที่โดนพวกเรารังแก เราจะรอการเดินทางกลับมาของนาย สู้ๆนะนายก้อนนหิน นายมีพวกเราเสมอ
รักนาย
เค
ปล.โปรดติดตามที่มาของนายก้อนหิน
08 septiembre
ดีค๊าบ ไม่รู้ดิว่าช่วงนี้เป็นไร รู้สึกว่าตัวเองเซ็งๆ และ นอยๆ ไม่รู้จาทำไงดีคงงมทีเรื่องมากมายหลายอย่างกับชีวิตที่ต้องิดซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นแม่งไม่รู้จะปรึกษาคายดีหวะ แต่.....ก็คงต้องช่วยตัวเองต่อไป วันนนี้แม่งไม่รู้จามาเขียน Blog ทามไมเพราะแม่งรู้ตัวเลยว่าต้องไม่มีสาระแน่ๆ(อารมณ์อยากบ่น) แต่สัจธรรมที่จิงแม่งก็คือ ปัญหามีไว้แก้-ไมได้มีไว้หนี ซึ่ง ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้อยู่ที่เราจาแก้มายังไงเท่านั้น
02 agosto
โคตรเซ็งง่า ตอนนี้แบบรู้สึกว่าตัวเองคงกินเหล้ามากไป เลยทำให้แบบเวลากินตื่นมาจะรู้สึกแบบคันๆๆตัว ไอ้ตอนแรกเราก็คิดว่าเพราะแพ้ฝุ่นจากที่นอน เลยแบบไม่รู้สาเหตุซะที แต่พอเลิกกินเหล้าไปประมาณอาทิตย์หนึ่งแม่งก็ไม่คันเลย เมื่อวานนี้เลยลองของหน่อย เปลี่ยนผ้าปูที่นอนถูห้อง แล้วไปซัดเหล้า(ที่บ้าน อิอิ) พอควร กลับมาอาบน้ำนอน ตื่นเช้ามาค๊าบ คันยิ๊บๆๆเลย เซ็งๆๆๆๆๆๆสาดๆๆๆๆๆ
ปล.อดโค่นพี่ตูมเลย แต่ไม่เปงไรโค่นเบื่อหละ
....แต่ก็ดมีเวลาทำอย่างอื่นขึ้นเยอะ
19 julio
กลับมาแล้นอีกครั้ง ตามคำเรียกร้อง (ล้อเล่น) เอ่อ ก่อนิ่นต้องขอขอบคุณทุกเสียงและทุกข้อความ(เหมือนดีเจปะอิอิ) ที่ส่ง Happy birthday ผมนะค๊าบ ตอนนี้สภาพชีวิตผมกลับมาอยู่ในช่วง ปกติสุขแล้น เลยมีไรมาฝากเพื่อนๆๆ เพื่อบ่งบอกความน้ำเน่าของตัวผม 555 เรื่องมีอยู่ว่า(อดทนอ่านหน่อยนะตื่นเต้นมั่กๆ) "น้ำแข็งกับนาฬิกาทรายเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เล็ก >ร่วมทุกข์ร่วมสุขจนทั้งคู่เติบใหญ่เข้าสู่วัยหนุ่มสาว>>ความงามของน้ำแข็งทำให้นาฬิกาทรายแอบชื่นชมหลงใหล >แต่ทุกครั้งที่พยายามแสดงความสนิทสนม ใกล้ชิด>>ความเย็นชาจากน้ำแข็งก็ทำให้นาฬิกาทรายผิดหวังทุกที่ไป>>วันหนึ่งนาฬิกาทรายทะเลาะกับน้ำแข็งอย่างรุนแรง ถึงขั้นแตกหัก >นาฬิกาทรายร้องไห้เสียใจหนีไปอยู่อีกซีกโลกหนึ่ง>>เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า นาฬิกาทรายกับน้ำแข็งก็ยังไม่คืนดีกัน >ต่างคนต่างอยู่คนละซีกโลก>>จนมาถึงวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้โลกจะแตกออกเป็น2ส่วน>>น้ำแข็งรู้ดีว่าถ้าโลกแตกออกเป็น2ส่วนแล้ว >ก็คงไม่ได้เจอกับนาฬิกาทรายตลอดกาล>>แต่ด้วยทิฐิที่มีอยู่ >น้ำแข็งจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆแทนที่จะออกตามหานาฬิกาทราย>>ดวงจันทร์โคจรผ่านมา น้ำแข็งจึงถามว่าอีกซีกโลกเป็นอย่างไรบ้าง>>ดวงจันทร์บอกว่า>>นาฬิกาทรายกลับมาไม่ทันเพราะโลกกำลังจะแยก จึงปล่อยทรายออกมา >ปกคลุมรอยแตกของโลก>>เพื่อยึดไว้ไม่ให้แยกออกจากกัน โดยหวังว่าจะได้กลับมาพบน้ำแข็งอีก>>ทันทีที่รู้...น้ำแข็งก็รีบออกตามหานาฬิกาทราย>>สายเกินไป...ทรายกำลังจะหมดจากตัวนาฬิกาแล้ว>>เมื่อน้ำแข็งมาถึงก็ได้ยินเพียงคำพูดสุดท้ายจากปากของนาฬิกาทราย >"ฉันรักเธอ">>ความเย็นชาที่มีในตัวน้ำแข็งจึงเริ่มละลายในขณะที่ทรายเม็ดสุดท้ายร่วงลงสู่พื้นดิน >กลายเป็นน้ำทะเลที่อ่อนโยน>>คอยโอบอุ้มทรายที่บริสุทธิ์ อยู่คู่กันมาจนทุกวันนี้ "
รัก นะ
08 abril
ตัวยามีส่วนผสมดังนี้
1. น้ำใจเพื่อนที่ปรารถนาดี 5 กรัม
2. น้ำตาพ่อแม่ที่รักเรา 10 หยด
3. ความเข้มแข็ง 10 ช้อนชา
4. รากแห่งศักดิ์ศรี 5 กรัม
5. ใบเจ็บแล้วจำ 5 ใบ
6. ความใฝ่ดี 5 ช้อนชา
7. ความเข้าใจ(ในรัก) 5 ช้อนชา
8. สติ 20 กรัม
9. สมาธิ 5 กรัม
10. ปัญญา 20 กรัม
11. น้ำล้างตา(ให้สว่าง) 2 ฝา
12. ความรักตัวเอง เท่ากำปั้นของตัวเอง
วิธีปรุงยา
ทันทีที่อกหักให้รีบนำส่วนผสมทั้งหมดมาบดให้ละเอียด
แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว
แล้วปั้นเป็นรูปหัวใจเล็ก ๆ ใส่ขวดพร้อมติดฉลาก "ยาแก้อกหัก"
วิธีกิน
ให้กินวันละ 3 เวลาหลังอาหาร เป็นเวลาติดต่อกันจนหายจากอาการเจ็บอก ยานี้ไม่มีวันหมดอายุ สามารถเก็บไว้รักษาอาการอกหักได้ตลอดไป และควรพกติดตัวตลอดเวลาเพื่อแจกจ่ายให้กับเพื่อนฝูงและผู้คนทีอกหักให้กินได้ทันท่วงที!!!!
ปล.....(ขโมยเค้ามาหวะ)